Sunday, June 2, 2013

ชีวกลศาสตร์การกีฬาสำหรับเซปักตะกร้อ

ชีวกลศาสตร์การกีฬาสำหรับเซปักตะกร้อhttp://sportscience.dpe.go.th/web/main/images/t7.jpg
     กีฬา เซปักตะกร้อเพื่อความเป็นเลิศ ที่กำลังได้รับความสนใจและฝึกฝนกันทั่วโลก เป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่มีลีลาการเล่นที่เกี่ยวข้องกับความเร็ว การหมุนตัว ทิศทาง การกระโดดและมุมที่จำเป็นต้องใช้หลักการทางชีวกลศาสตร์การกีฬาเข้ามาช่วย ซึ่งเป็นสาขาย่อยของวิทยาศาสตร์การกีฬาที่เกี่ยวข้องกับการใช้หลักการใน เรื่องของแรง กำลัง มุมและทิศทางของการเล่นเซปักตะกร้อมาใช้ในการสร้างประสิทธิภาพ เป็นหลักการที่ช่วยเพิ่มศักยภาพในการเล่นเซปักตะกร้อที่เป็นรูปธรรมผ่านการ วิเคราะห์ทางคณิตศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ที่นักกีฬาควรมีความเข้าใจและนำไปพัฒนาการเล่นของตัวเอง นอกเหนือจากหลักของวิทยาศาสตร์การกีฬาสาขาอื่นๆ
     หาก นักเซปักตะกร้อเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างความสูงของลูกตะกร้อที่ลอยในอากาศ ระหว่างการตบลูก และความเร็ว หรือความสูงการกระโดดของนักกีฬาเพื่อป้องกันและตบลูก จะเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นดีขั้น การหมุนของลูกในขณะเล่น มุมของลูกตะกร้อที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อนักกีฬาโยนลูก ยกเท้า เตะลูกตะกร้อ จะมีความเกี่ยวข้องต่อความเร็ว ทิศทางและของลูก เช่นกัน
     สิ่ง เหล่านี้จะช่วยให้นักกีฬาเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นเหตุเป็นผลในการเล่นและในขณะเดียวกันก็ช่วยลดความเสี่ยงการบาดเจ็บไป พร้อมกันด้วย
ในการเล่นเซปักตะกร้อเพื่อความเป็นเลิศ นักกีฬาจึงควรบันทึกภาพการเล่นของตนเองไว้เป็นระยะๆ เพื่อที่จะสามารถวิเคราะห์การเล่นของตนเองในแง่ของการเคลื่อนไหว แรง มุมและความเร็วได้เหมาะสม การเปลี่ยนแปลงทักษะบางอย่างของการเล่นเซปักตะกร้อ เช่น การเสิร์ฟ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การวิเคราะห์ด้วยหลักการทางชีวกลศาสตร์ สามารถช่วยได้ โดยผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้ อย่างไรก็ตามการวิเคราะห์ด้วยหลักการนี้จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ ที่มีประสิทธิภาพและราคาค่อนข้างแพง การนำมาใช้กับการเล่นเซปักตะกร้อจึงอาจจะยังไม่เห็นบ่อยนักสำหรับนักเซปัก ตะกร้อไทย
การนำหลักการทางชีวกลศาสตร์มาใช้กับการพัฒนาความสามารถนักเซปักตะกร้อเกี่ยวข้องกับเรื่องของ
  • มุมของการตีลูกตะกร้อในทักษะต่างๆ เช่น การเสิร์ฟ การตีและการตบลูก
  • ท่าทางการตบลูกตะกร้อ ในความสูงที่ต่างกัน
  • การเคลื่อนไหวร่างกาย ในส่วนของเท้า การหมุนตัว
รายละเอียดของการนำหลักการในเรื่องของมุม แรง ความเร็วมาพัฒนาประสิทธิภาพ ในการเล่นเซปักตะกร้อจะนำมาแสดงให้ทราบเป็นประเด็นๆ ไปอย่างต่อเนื่อง

โภชนศาสตร์สำหรับนักกีฬาเซปักตะกร้อ

โภชนศาสตร์สำหรับนักกีฬาเซปักตะกร้อhttp://sportscience.dpe.go.th/web/main/images/food_1.jpg
     กีฬา ไทยที่ต้องอาศัยความพร้อมของร่างกายอย่างกีฬาเซปักตะกร้อเป็นกีฬาที่ต้องผสม ผสานความพร้อมของร่างกายในทุกส่วน ตั้งแต่ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ พลังของขา ความยืดหยุ่นของร่างกาย ความคล่องตัวและอื่นๆ แม้ว่าจะไม่หนักและทำให้เหนื่อยรวดเร็วเหมือนเทนนิส ฟุตบอลหรือบาสเกตบอล แต่คนที่เล่นเซปักตะกร้อที่มีความพร้อมจากการมีพลังงานที่เหนือกว่าก็ย่อมทำ ให้ประสิทธิภาพและผลการแข่งขันออกมาเหนือกว่าได้ ดังนั้นเราจึงควรมีความเข้าใจธรรมชาติของกีฬาเซปักตะกร้อ รวมทั้งกระบวนการที่เกี่ยวข้องด้านโภชนาการทางวิทยาศาสตร์การกีฬา โดยเฉาพะการให้ข้อมูลพื้นฐานก่อนที่จะมีรายละเอียดในแต่ละช่วง แต่ละประเด็นของการเตรียมความพร้อมด้วยหลักการโภชนาการศาสตร์ต่อไป
     มี คำถามมากมายเกี่ยวกับอาหารในนักกีฬาเซปักตะกร้อ เพื่อให้หลักการนี้ส่งผลถึงนักเซปักตะกร้ออย่างมีประสิทธิภาพ เราจึงควรทำความเข้าใจกับคำที่เกี่ยวข้องกับหลักการนี้กันก่อน คำว่า “อาหาร” หมายความถึง สิ่งที่รับประทานเข้าไปสามารถทำให้รู้สึกอิ่มซึ่งอาจจะให้ประโยชน์หรือโทษ แก่ร่างกายก็ได้
     คำว่า“โภชนาการ” หมายความถึง อาหารที่รับประทานเข้าไปแล้วร่างกายสามารถนำไปเผาผลาญ เพื่อใช้ประโยชน์ในการเสริมสร้างความเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ทำให้ร่างกายแข็งแรงและสร้างภูมิต้านทานโรคได้ ดังนั้นอาหารและโภชนาการจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญที่ขาดอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ได้ การรับประทานอาหารจำเป็นต้องคำนึงถึงคุณประโยชน์ของอาหารที่รับประทานเข้าไป ทั้งนี้เพื่อการมีร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ นักเซปักตะกร้อทุกคนจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ว่าอาหารอะไรที่ควรรับประทาน และควรรับประทานอะไรมากน้อยเพียงใดในชีวิตประจำวันของแต่ละคน โภชนศาสตร์การกีฬา เป็นการศึกษาเรื่องของอาหาร ที่เกี่ยวข้องกับชีวเคมีและสรีรวิทยาของมนุษย์เพื่อให้เกิดความเข้าใจบทบาท ของอาหารที่มีต่อสมรรถภาพร่างกายและสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาขีดความ สามารถของนักเซปักตะกร้อให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
     ร่าง กายต้องการสารอาหารนับร้อยชนิดไปใช้ในการสร้างความเจริญเติบโตให้กับร่างกาย และยังเป็นองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยในการพัฒนาการอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย อาหารจึงเป็นหัวใจหลักของการมีสุขภาพที่ดีของมนุษย์และนักเซปักตะกร้อทุกคน การเลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และถูกสุขลักษณะตามหลักโภชนาการย่อมเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการพัฒนา สุขภาพและสมรรถภาพของทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนักเซปักตะกร้อ ผู้ที่ต้องใช้พลังงาน พละกำลัง และสมรรถภาพทางกายอย่างหนักทั้งในการฝึกซ้อมและการแข่งขันกีฬา นักเซปักตะกร้อที่บริโภคอาหารอย่างเหมาะสมตามหลักโภชนาการทำให้มีสภาพร่าง กายและพลังงานที่สมบูรณ์เพียงพอสำหรับการฝึกซ้อม และพร้อมสำหรับการแข่งขันกีฬา ดังนั้นจึงควรเข้าใจเรื่องอาหารและน้ำที่เริ่มตั้งแต่การฝึกซ้อม ระหว่างการแข่งขัน และหลังการแข่งขันเพื่อแสดงความสามารถได้เต็มที่ 

สรีรวิทยาสำหรับเซปักตะกร้อ

สรีรวิทยาสำหรับเซปักตะกร้อhttp://sportscience.dpe.go.th/web/main/images/head-slide-service.jpg
     เซปัก ตะกร้อกีฬายอดนิยมของไทย ที่สร้างชื่อเสียงและประเทศไทยครองความเป็นหนึ่งมาตลอด นักกีฬาเซปักตะกร้อไทยในระดับชาติมีการเตรียมความพร้อมของทีมโดยการใช้หลัก การทางวิทยาศาสตร์การกีฬาที่รวมทั้งสรีวิทยาการออกกกำลังกายด้วย ธรรมชาติของเซปัคตะกร้อเป็นกีฬาที่ใช้กล้ามเนื้อและส่วนอื่นๆ ของร่างกายอย่างเต็มที่ รุนแรง รวดเร็ว และในหลากหลายทิศทาง เซปักตะกร้อจึงเป็นอีกชนิดกีฬาที่ร่างกายต้องพร้อม ดังนั้นนักกีฬาเซปักตะกร้อที่รู้จักสรีรวิทยาของตัวเอง รู้จักการสะสมและใช้พลังงานอย่างเหมาะสมในการเล่น การรู้จักการฝึกที่เหมาะสมกับการใช้พลังงานย่อมมีโอกาสแห่งชัยชนะมากขึ้น
     แม้ เซปักตะกร้อจะเป็นเกมที่เล่นบนสนามที่ไม่กว้างนัก แต่การใช้ร่างกายและการทำงานของร่างกายในการเล่นเซปักตะกร้อในการกระโดด พุ่งตัว การตีลังกา การควบคุมการลงพื้นสนาม ความเร็วการเคลื่อนไหว และการเล่นเป็นเวลานานก็ยังคงมีเช่นเดียวกับกีฬาชนิดอื่น นอกจากนี้การเล่นในสภาพของสนามที่อากาศที่อับและร้อนก็มีผลต่ออัตราเร่งของ การใช้พลังงาน นักเซปักตะกร้อที่ใช้เวลาในที่อากาศร้อนและการเคลื่อนไหวรวดเร็วต้องรู้จัก ลักษณะทางสรีรวิทยาและการเผาผลาญพลังงานของร่างกายอย่างถูกต้อง กระบวนการทางชีววิทยาที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่การทำงานและการปรับตัวในการทำ งานของกล้ามเนื้อและโครงสร้างร่างกายอื่นๆ เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสารเคมีภายในร่างกายด้วย
     มี หลายคนเข้าใจว่าการเตรียมความพร้อมทางกายทำได้โดยการวิ่งนานเพียงอย่างเดียว ก็เพียงพอ การทำเช่นนั้นได้เพียงเพื่อความอดทนของกล้ามเนื้อเท่านั้น เรามีวิธีการที่ดีกว่านั้นในทางสรีรวิทยาที่ช่วยให้นักเซปักตะกร้อมีความ สมบูรณ์และใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในขณะเล่น การใช้พลังงานในการเล่นแบบรุกและแบบรับมีผลต่อพลังงานที่สะสมมาว่าจะใช้ได้ ครบหรือนานพอในการเล่นเซปักตะกร้อ นอกจากนี้การใช้ออกซิเจนก็มีการเปลี่ยนแปลงไปตามความหนัก ความเร็วและความนานของการเล่น ถ้าเล่นหรือเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว นักเซปักตะกร้อคงต้องการพลังงานแบบขาดออกซิเจน หรือแอนแอโรบิค แต่เมื่อต้องเล่นนานพลังงานที่ในระดับปานกลางถึงมากที่สุด และผู้เล่นที่เล่นแบบใช้พลังงานแบบที่ใช้ออกซิเจน หรือแบบแอโรบิค
     อย่าง ไรก็ตามนักกีฬาเซปักตะกร้ออาจมีความเหนื่อยล้าได้ในหลายๆ โอกาส การเล่นหนักและมีการพักไม่เหมาะสม ก็อาจเป็นผลต่อการสะสมของกรดแล็กติกในกล้ามเนื้อมากขึ้นเพราะปริมาณ ของออกซิเจนไม่เพียงพอแก่ความต้องการหรือเกิดภาวะเป็นหนี้ออกซิเจนไม่สามารถ ทำหน้าที่ของมันต่อไปได้ส่งผลให้การเคลื่อนไหวของร่างกายมีประสิทธิภาพลดลง ซึ่งนักกีฬาที่มีสมรรถนะของร่างกายที่ไม่ดีก็จะทำให้เหนื่อยง่าย ไม่สามารถพักฟื้นสภาพได้อย่างรวดเร็วและมีผลต่อการเล่น
 
     ส่วนที่เกี่ยวข้องกับหลักการทางสรีรวิทยาการเล่นเซปักตะกร้อ อีกประการ คือการพัฒนาและรักษาระดับสมรรถภาพหัวใจและหลอดเลือด ดังนั้นในการฝึกนักเซปักตะกร้อให้มีความพร้อมทางสรีรวิทยานั้นต้องคำนึงถึง การเสริมทางด้านนี้ด้วย การฝึกทางสรีวิทยาที่เหมาะสมถูกต้องตามหลักการจะช่วยให้การสร้างและใช้ พลังงานของนักกีฬามีประสิทธิภาพ
     เราจึงควรเตรียมความพร้อมนักเซปักตะกร้อเพื่อให้การฝึกซ้อมและแข่งขันเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

ประวัติกีฬาเซปักตะกร้อ

ประวัติกีฬาเซปักตะกร้อ
http://sportscience.dpe.go.th/web/main/images/pa2.jpg
     แม้ การเล่นตะกร้อมีมานานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยของพระนเรศวรมหาราช ที่ตะกร้อที่ทำด้วยหวายถูกนำมาสานและเตะเล่นกัน แต่เป็นการเล่นที่มีลักษณะของการเล่นเป็นวง มีการบันทึกการเล่นนี้ไว้ในเอกสารทางประวัติศาสตร์ที่ชาวต่างชาติได้ทำไว้ ว่าเป็นกีฬาที่คนไทยชอบเล่นกัน ขณะที่เอกสารหลักฐานของประเทศไทยก็มีปรากฏในวรรณกรรมของสุนทรภู่เกี่ยวกับ ตะกร้อ อย่างไรก็ตามเซปักตะกร้อที่เราคุ้นเคยในปัจจุบันไม่ใช่แค่การเล่นกีฬาใน กลุ่มคนตอนเย็นและมีการเตะกันเป็นวงเท่านั้น แต่เป็นกีฬาที่มีสนาม มีตาข่ายและมีการแข่งขันกันอย่างจริงจัง และเป็นการพัฒนาที่มาจากสองประเทศหลักที่เล่นตะกร้อกันมานานแล้วนำหลักการ กีฬาของตนเองมาผสมกันจนเป็นกีฬาเซปักตะกร้อที่กำลังจะก้าวไปสู่กีฬาโอลิมปิก ในอนาคต
     การแข่งขันตะกร้อในประเทศ ไทยก่อนเป็นกีฬาเซปักตะกร้อในปัจจุบันก็มีการแข่งขันตะกร้อข้ามตาข่ายที่คน ไทยนิยมเล่นกันเช่นกันตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2470 ในช่วงสมัยที่มีพระยาภิรมย์ภักดี เป็นนายกสมาคมกีฬาสยาม ที่บริเวณสนามหลวง โดยที่กรมพลศึกษามีส่วนในการพัฒนาการเล่นและกฎกติกาการเล่นตะกร้อข้ามตาข่าย อย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมีการเชิญให้ประเทศมาเลเซียมาสาธิตการเล่นกีฬาตะกร้อในรูปแบบของ มาเลเซีย ในช่วง พ.ศ. 2508 ณ บริเวณท้องสนามหลวง ในงานมหกรรมกีฬาไทย โดยสมาคมกีฬาไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
     กีฬา เซปักตะกร้อเป็นกีฬาที่ประเทศไทยและประเทศมาเลเซียมีส่วนร่วมในการพัฒนาขึ้น มาโดยเริ่มต้นที่การผสมผสานทั้งกติกาการเล่น ขนาดของสนาม วิธีเล่นและการนับคะแนนเข้าด้วยกัน การเรียกชื่อของกีฬาชนิดนี้ก็มาจากการผสมระหว่างคำว่า “เซปัก รากา จาริง” ของประเทศมาเลเซีย และ “ตะกร้อ” ของประเทศไทย โดยคำว่า “เซปัก” หมายถึง การเตะ ขณะที่ “ตะกร้อ” หมายถึง ลูกบอล เมื่อการสาธิตการเล่นทั้งสองประเทศเสร็จสิ้นลงแล้ว การประชุมเพื่อพัฒนาการเล่นให้มีความสนุกสนานและทั้งสองประเทศสามารถเล่นกัน ได้โดยไม่ได้เปรียบเสียเปรียบกันมากจึงเกิดขึ้น และเผยแพร่ผ่านการจัดการแข่งขันในกีฬาซีเกมส์ ปี พ.ศ. 2508 ที่ประเทศมาเลเซีย ที่มี 3 ประเทศ (ประเทศไทย มาเลเซียและสิงคโปร์) ร่วมชิงชัย
     พัฒนาการของกีฬาเซปัก ตะกร้อในประเทศไทยเริ่มชัดเจนขึ้นเมื่อมีการจัดตั้งสมาคมตะกร้อแห่งประเทศ ไทยขึ้นอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2524 โดยมี พันเอก (พิเศษ) เดชา กาลบุตร ทำหน้าที่รักษาการนายกสมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทย จนกระทั่งมีการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2526 และมี พอ จารึก อารีราชการรัณย์ เป็นนายกสมาคมฯ การจัดการแข่งขันเซปักตะกร้อในประเทศไทยมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนมี การแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในปัจจุบัน ที่มีทีมจากหลายประเทศเข้าร่วมการแข่งขันอย่างต่อเนื่องทุกปี
     อย่าง ไรก็ตาม ณ ปัจจุบัน นักกีฬาจากประเทศไทยและประเทศมาเลเซียยังครองความเป็นเลิศในประเภททีมชาย ขณะที่ประเภททีมหญิง นักกีฬาไทย และเวียดนามที่ยังช่วงชิงตำแหน่งกันอยู่อย่างต่อเนื่อง
     การ จัดการแข่งขันเซปักตะกร้อได้รับความสนใจและผลักดันให้มีในการแข่งขันระหว่าง ประเทศจากการแข่งขันซีเกมส์ ไปสู่เอเชียนเกม ที่เริ่มมีการแนะนำให้ประเทศในเอเชียรู้จักกีฬาเซปักตะกร้อมากขึ้น ตั้งแต่เป็นกีฬาสาธิตในการแข่งขันเอเชียนเกมที่ประเทศอินเดีย ตามด้วยประเทศจีน และประเทศญี่ปุ่น เซปักตะกร้อถูกบรรจุไว้ในการแข่งขันเอเชียนเกม เป็นครั้งแรกในปักกิ่งเกม ปี พ.ศ. 2533 และได้มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์กีฬาไปในระดับโลก โดยการสาธิตการเล่นที่ประเทศโคลัมเบีย ในปี พ.ศ. 2542 รวมทั้งการสาธิตให้ประธานกีฬาโอลิมปิกได้เห็นการเล่นเซปักตะกร้อเพื่อผลัก ดันให้เป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่งจากประเทศในเอเชีย ในปี พ.ศ. 2543 ซึ่งก็ได้รับความสนใจและข้อแนะนำการปรับปรุงกติกาการเล่นและการเรียกชื่อ เพื่อให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้นจากสากล
     แม้ ว่าเซปักตะกร้อจะยังไม่เป็นกีฬาสากลในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก แต่ได้รับความสนใจและมีการเล่นกันอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศเอเชีย ยุโรปและอเมริกาบ้างแล้ว และมีแนวโน้มว่าจะมีการแข่งขันในระดับนานาชาติมากขึ้น รวมทั้งจะเห็นได้ว่ากีฬาเซปักตะกร้อมีนักกีฬาจากประเทศไทยอื่นๆ ในเอเชีย เช่น เวียดนาม จีน เกาหลีและญี่ปุ่นที่พัฒนาการเล่นอย่างรวดเร็ว ประเทศมหาอำนาจในเอเชียเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการผลักดันกีฬานี้เข้าสู่การ แข่งขันโอลิมปิกได้มากขึ้น